เย็นเร็ว ประหยัดไฟ ไม่พังกลางหน้าร้อน — เรียบเรียงจากประสบการณ์หน้างานจริงของทีมช่าง SML บอกตรง ๆ ว่าเรื่องไหนทำเองได้ เรื่องไหนต้องเรียกช่าง และถ้าต้องเรียกช่าง จะดูอย่างไรว่าเขาทำงานครบจริง
คำว่า “ล้างแอร์” ในตลาดมีตั้งแต่ฉีดน้ำผ่าน ๆ 15 นาที ไปจนถึงถอดล้างจริงที่ใช้เวลา 40-60 นาทีต่อเครื่อง ราคาต่างกันไม่มาก แต่ผลลัพธ์ต่างกันคนละเรื่อง ตารางนี้ใช้เทียบกับช่างที่มาทำที่บ้านคุณได้เลย
| สัญญาณว่าล้างครบ | สัญญาณว่าล้างไม่ครบ |
|---|---|
| ใช้เวลา 40-60 นาทีต่อเครื่อง | เสร็จภายใน 15-20 นาที |
| ปูผ้าใบและคลุมแผงวงจรก่อนฉีดน้ำ | ฉีดน้ำเลยโดยไม่คลุมอะไร |
| ล้างทั้งตัวในบ้านและคอยล์ร้อนนอกบ้าน | ล้างเฉพาะตัวในบ้าน |
| ถอดใบพัดโบลเวอร์ออกมาล้าง | ฉีดผ่านช่องลมโดยไม่ถอดอะไรเลย |
| น้ำที่ล้างออกมาดำและมีตะกอน | น้ำที่ล้างออกมาใสตั้งแต่ต้น |
| มีการวัดค่าและแจ้งผลก่อน-หลัง | ไม่มีการวัดหรือแจ้งอะไรเลย |
| ลมเย็นแรงขึ้นชัดเจนและไม่มีกลิ่นภายใน 1 วัน | กลิ่นอับกลับมาภายในสัปดาห์เดียว |
คำตอบขึ้นกับการใช้งานจริง ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว ใช้ตารางนี้เทียบกับบ้านคุณได้เลย
| ลักษณะการใช้งาน | ความถี่ที่แนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| ใช้ทุกวัน วันละ 8 ชั่วโมงขึ้นไป | ทุก 4-6 เดือน | ฝุ่นสะสมเร็ว และเป็นการใช้งานแบบมาตรฐานของบ้านทั่วไป |
| บ้านติดถนนใหญ่ ใกล้พื้นที่ก่อสร้าง หรือใกล้นิคมฯ | ทุก 3-4 เดือน | ปริมาณฝุ่นในอากาศสูงกว่าปกติมาก |
| บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง | ทุก 3-4 เดือน | ขนสัตว์อุดฟิลเตอร์และคอยล์เร็วเป็นพิเศษ |
| มีผู้ป่วยภูมิแพ้หรือหอบหืดในบ้าน | ทุก 3 เดือน | ลดการสะสมของเชื้อราและไรฝุ่นในระบบลม |
| ใช้เป็นครั้งคราว เฉพาะช่วงหน้าร้อน | ปีละ 1 ครั้ง ก่อนเริ่มใช้ | ล้างก่อนเปิดใช้หลังหยุดยาว เพื่อไล่ฝุ่นและเชื้อราที่สะสมตอนไม่ได้ใช้ |
งานล้างแอร์ที่ถอดล้างจริงใช้เวลาประมาณ 40-60 นาทีต่อเครื่อง ถ้าเสร็จภายใน 15-20 นาที มักเป็นสัญญาณว่าล้างไม่ครบ เพราะการล้างที่ครบต้องปูผ้าใบ คลุมแผงวงจร ถอดใบพัดโบลเวอร์ออกมาล้าง และล้างคอยล์ร้อนนอกบ้านด้วย
ขึ้นกับการใช้งานจริง บ้านที่ใช้ทุกวันวันละ 8 ชั่วโมงขึ้นไปแนะนำทุก 4-6 เดือน บ้านติดถนนใหญ่ ใกล้พื้นที่ก่อสร้างหรือใกล้นิคมฯ ทุก 3-4 เดือน บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงทุก 3-4 เดือน บ้านที่มีผู้ป่วยภูมิแพ้หรือหอบหืดทุก 3 เดือน ส่วนบ้านที่ใช้เฉพาะหน้าร้อนล้างปีละ 1 ครั้งก่อนเริ่มใช้
ทำเองได้คือล้างฟิลเตอร์ทุก 2-4 สัปดาห์ เช็ดหน้ากากด้วยผ้าหมาด เก็บใบไม้และสิ่งของรอบคอยล์ร้อน และจดวันที่ล้างครั้งล่าสุด ส่วนที่ห้ามทำเองคือฉีดน้ำเข้าคอยล์เย็นเอง เติมน้ำยาแอร์เอง ถอดแผงวงจรหรือต่อสายไฟเอง ใช้สเปรย์ล้างแอร์เป็นประจำ และย้ายหรือติดตั้งแอร์เอง
มี 3 สัญญาณ คือ ได้กลิ่นไหม้หรือกลิ่นพลาสติกร้อน เบรกเกอร์ตัดซ้ำ ๆ เมื่อเปิดแอร์ ซึ่งห้ามสับเบรกเกอร์ขึ้นซ้ำเด็ดขาด และมีน้ำไหลลงบริเวณปลั๊กหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งต้องตัดไฟที่เบรกเกอร์ก่อนแตะต้องเครื่อง
ทีมช่างเจอหน้างานจำนวนไม่น้อยที่ไปถึงแล้วพบว่าไม่ต้องซ่อมอะไรเลย แค่ฟิลเตอร์ตัน ตั้งอุณหภูมิผิด หรือท่อน้ำทิ้งอุด ซึ่งเจ้าของบ้านทำเองได้ในสิบนาที เราเชื่อว่าเจ้าของบ้านที่เข้าใจเครื่องปรับอากาศของตัวเองจะดูแลแอร์ตามรอบ ไม่ปล่อยจนพัง ซึ่งดีกว่าสำหรับทั้งสองฝ่าย
ไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นไฟล์ PDF ฟรี 16 หน้า เพียงกรอกชื่อ เบอร์โทร และอีเมล แล้วระบบจะเริ่มดาวน์โหลดให้ทันที
ถ้าอยากอ่านเรื่องเฉพาะจุดก่อนดาวน์โหลด ลองดูบทความ ล้างแอร์เองยากไหม 5 เรื่องที่คนใช้แอร์เข้าใจผิดมาตลอด และ 5 เรื่องที่ช่างแอร์อยากบอกเจ้าของบ้าน หรือดูบริการ ล้างเครื่องปรับอากาศ ได้เลย