สำนักงานใหญ่ : 035-900-090 | ฝ่ายขาย : 086-775-9494 , 089-583-1239
หน้าแรก สินค้า บริการ รู้จักเรา โปรโมชั่น ข่าวสาร ติดต่อเรา

10 ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยตอนติดตั้ง VRV และวิธีตรวจก่อนส่งมอบงาน

งานติดตั้งระบบ VRV/VRF ต่างจากแอร์แยกส่วนตรงที่ ความผิดพลาดเล็ก ๆ ตอนติดตั้ง มักไม่แสดงอาการทันที แต่จะไปโผล่เป็นคอมเพรสเซอร์พัง ระบบตัน หรือเย็นไม่ทั่วในอีกหลายเดือนถัดมา ตอนนั้นค่าซ่อมและค่าเสียโอกาสมักแพงกว่าค่าติดตั้งทั้งงาน บทความนี้รวบรวมข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดหน้างาน พร้อมเกณฑ์ตัวเลขที่ถูกต้องสำหรับใช้ตรวจก่อนส่งมอบ

หมายเหตุเรื่องตัวเลขในบทความนี้ — เกณฑ์ทั้งหมดอ้างอิงจากคู่มือติดตั้ง Daikin VRV-X / A-Series ซึ่งเป็นชุดที่พบบ่อยในงานอาคารและโรงงานบ้านเรา ตัวเลขบางอย่าง เช่น แรงดันทดสอบรั่ว ระดับสุญญากาศ และค่าคำนวณน้ำยา ต่างกันได้ตามยี่ห้อและรุ่น ก่อนใช้ตัดสินงานจริงให้เปิดคู่มือของรุ่นที่หน้างานเทียบทุกครั้ง

1. ปลายท่อทองแดงไม่ปิด — ฝุ่นในท่อคือระเบิดเวลา

ข้อนี้เจอบ่อยที่สุดและเสียหายเงียบที่สุด ท่อทองแดงที่กองไว้หน้างานโดยไม่ปิดปลาย จะมีทั้งฝุ่น เศษปูน และความชื้นเข้าไปสะสมภายใน อีกกรณีคือวางท่อกับพื้นคอนกรีตโดยตรง ซึ่งทำให้ผิวท่อเป็นรอยขูดขีดจนกลายเป็นจุดรั่วในภายหลัง

ผลที่ตามมาเมื่อผงฝุ่นเข้าไปอยู่ในระบบแล้ว คือแรงดันด้านส่งสูงและด้านกลับต่ำผิดปกติ เครื่องทำความเย็นได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และปลายทางคือ ค่า Superheat เพี้ยนจนคอมเพรสเซอร์เสียหาย หรือเข็มเอ็กซ์แพนชั่นวาล์วอุดตัน ซึ่งการไล่หาสาเหตุและแก้ให้หมดจดใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูงมาก

  • เกณฑ์ที่ถูก: ปิดปลายท่อทุกเส้นตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ต่อ และเก็บงานปิดปลายท่อทุกสิ้นวัน
  • เกณฑ์ที่ถูก: ไม่วางท่อทองแดงกับพื้นคอนกรีตโดยตรง และไม่วางขวางทางเดิน

2. ท่อเข้าคอยล์ร้อนลาดลง — น้ำมันคอมหายไปกับท่อ

ในระบบที่มีคอยล์ร้อนหลายโมดูล ถ้าเดินท่อเข้าเครื่องแบบลาดเอียงลง น้ำมันคอมเพรสเซอร์จะไหลลงไปค้างอยู่ในท่อช่วงนั้น ปัญหาจะหนักเป็นพิเศษเมื่อคอยล์ร้อนแต่ละตัวไม่ได้ทำงานพร้อมกัน เพราะโมดูลที่เดินอยู่จะค่อย ๆ สูญเสียน้ำมันไปสะสมในท่อฝั่งที่หยุด

✗ ผิด — ท่อลาดลง ✓ ถูก — ระนาบหรือลาดขึ้น น้ำมันคอมไหลลงมาค้างสะสมตรงนี้ ยิ่งคอยล์ร้อนไม่ได้เดินพร้อมกัน ยิ่งสะสม → ไปคอยล์เย็น น้ำมันไหลกลับเข้าเครื่องได้ ไม่ค้างสะสมอยู่ในท่อ

3. Y-joint วางผิดท่า

ชุดรวมน้ำยาของคอยล์ร้อน (Y-joint) เป็นจุดที่คู่มือกำหนดท่าติดตั้งไว้ชัดเจนมาก แต่หน้างานมักถูกจับวางตามความสะดวกของแนวท่อ

  • ต้องวางนอนในแนวระนาบ เอียงได้ไม่เกิน 15 องศา คู่มือแนะนำให้ใช้ระดับน้ำจับจะดีที่สุด
  • ห้ามตั้งขึ้นเด็ดขาด — คู่มือใช้คำนี้ตรง ๆ
  • ต้องอยู่ต่ำกว่าระดับ Stop Valve เสมอ เมื่อเดินท่อออกทางด้านหน้าเครื่อง ห้ามยกระดับ Y-joint ขึ้นสูงกว่า Stop Valve
  • เลือกรุ่นให้ตรงจำนวนโมดูล — ระบบ 2 โมดูลกับ 3 โมดูลใช้ชุดคนละรหัสกัน

4. ทดสอบรั่วแบบลัดขั้นตอน

การอัดไนโตรเจนรวดเดียวถึงแรงดันสูงสุดเป็นเรื่องที่พบบ่อยเพราะเร็วกว่า แต่คู่มือกำหนดให้ค่อย ๆ เพิ่มแรงดันเป็นขั้น เพื่อไม่ให้แรงดันที่สูงขึ้นทันทีไปกระทบอุปกรณ์ภายในระบบ

70 psi 0.5 MPa · ทิ้งไว้ 5 นาที 200 psi 1.5 MPa · ทิ้งไว้ 5 นาที 580 psi 4.0 MPa · ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง ขั้นนี้คือขั้นตัดสิน ถ้าเทสผ่านแฟนคอยล์ด้วย ใช้ 450 psi แรงดัน

อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือ ผลของอุณหภูมิ — ทุก 1 องศาเซลเซียสที่เปลี่ยนไป แรงดันในระบบจะเปลี่ยนประมาณ 1.45 psi ในทิศทางเดียวกัน ถ้าเทสข้ามคืนแล้วเช้ามาเข็มตก ต้องดูอุณหภูมิประกอบก่อนสรุปว่ารั่ว และผลทดสอบต้องเก็บเป็นหลักฐานส่งมอบงาน ไม่ใช่แค่ดูแล้วผ่านไป

5. จ่ายไฟให้แฟนคอยล์ก่อนทดสอบรั่ว

ข้อนี้เป็นกับดักที่คนไม่คุ้นระบบ VRV มักพลาด เพราะแฟนคอยล์ในระบบ VRV มีเอ็กซ์แพนชั่นวาล์วอยู่ภายในตัวเอง ซึ่งออกจากโรงงานมาในสถานะเปิด ถ้าจ่ายไฟเข้าไปก่อนทดสอบ วาล์วจะปิดลง ทำให้ไนโตรเจนไม่ไปถึงทุกส่วนของระบบ กลายเป็นการเทสที่ผ่านทั้งที่ยังตรวจไม่ทั่ว

และตอนอัดไนโตรเจน ต้องอัดเข้าทั้งด้าน Liquid และ Gas พร้อมกันอย่างช้า ๆ เพื่อให้แรงดันสองข้างสมดุล ไม่ไปดันหรือกระแทกแกนของเอ็กซ์แพนชั่นวาล์วจนเสียหาย

6. ทำสุญญากาศไม่ครบเวลา

"ดูดจนเข็มลงแล้วก็พอ" เป็นความเข้าใจที่ทำให้ความชื้นค้างในระบบ ซึ่งจะไปจับตัวเป็นน้ำแข็งที่จุดแคบและกลายเป็นระบบตันในภายหลัง เกณฑ์ที่คู่มือกำหนดคือ

  • ปั๊มสุญญากาศต้องมีความสามารถลงถึงอย่างน้อย −755 mmHg
  • เมื่อเข็มลงถึงระดับนั้นแล้ว ต้องเดินปั๊มต่ออีก 2 ชั่วโมง ไม่ใช่หยุดทันที
  • จากนั้นหยุดปั๊มแล้วทิ้งไว้อีก 1 ชั่วโมง เข็มต้องไม่ขยับขึ้น ถ้าขยับแปลว่ายังมีความชื้นหรือมีรอยรั่ว

7. คำนวณน้ำยาแล้วลืมบวก "ค่า A"

นี่เป็นข้อที่เงียบที่สุดในลิสต์ เพราะคนคำนวณส่วนใหญ่รู้ว่าต้องเอา ความยาวท่อ Liquid แต่ละขนาดคูณค่า kg ต่อเมตร แล้วรวมกัน แต่คู่มือกำหนดให้บวกค่าชดเชยจาก "ตาราง A" เข้าไปอีก ซึ่งค่านี้ขึ้นกับสัดส่วน %CR ระหว่างขนาด Indoor รวมกับ Outdoor ขนาด HP ของเครื่อง และความยาวท่อถึงคอยล์เย็นตัวที่ไกลที่สุดว่าเกิน 30 เมตรหรือไม่

ในระบบ 20 HP ที่ %CR สูงและเดินท่อยาวเกิน 30 เมตร ค่า A อาจสูงถึง 2.5 กิโลกรัม ถ้าลืมบวก ระบบจะเดินในสภาพน้ำยาขาดตั้งแต่วันแรกโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว อาการจะออกมาเป็นเย็นไม่พอเวลาโหลดเต็ม และคอมเพรสเซอร์ทำงานหนักกว่าที่ควร

อีกจุดที่มักผิดคือใช้ค่า kg ต่อเมตรข้ามรุ่น — ค่าของท่อ Ø9.5 มม. ในคู่มือ VRV-X คือ 0.057 แต่ในคู่มือ VRV IV-S คือ 0.059 ต่างกันเล็กน้อยแต่สะสมได้เมื่อท่อยาว จึงต้องเปิดคู่มือของรุ่นที่ติดตั้งจริงเสมอ

8. งานฉนวนมีช่อง

ฉนวนที่ดูเผิน ๆ เหมือนเรียบร้อย แต่มีช่องว่างตรงรอยต่อ จะเกิดหยดน้ำเกาะและหยดลงฝ้า ซึ่งเป็นงานตามแก้ที่ลูกค้าเห็นชัดที่สุด จุดที่มักหลุดคือ

  • ชุด Refnet joint / branch ที่ถูกปล่อยเปลือยไว้เพราะรูปทรงหุ้มยาก
  • รอยต่อฉนวน ที่ไม่ได้เก็บซ้ำ คู่มือให้ใช้เทปเก็บรอยต่อทับอีกชั้นยาวประมาณ 5–10 ซม.
  • จุดที่ท่อลอดผ่านผนังหรือพื้น ซึ่งต้องใส่ปลอก (sleeve) ไม่งั้นฉนวนจะถูกบีบจนเสียหาย

9. สาย Power เดินชิดสาย Control และขันเทอร์มินัลไม่แน่น

สายสื่อสารระหว่าง Indoor กับ Outdoor เป็นสายสัญญาณ ถ้าเดินชิดหรือรัดรวมกับสายไฟกำลัง จะมีโอกาสเกิดสัญญาณรบกวนจนระบบสื่อสารผิดพลาด คู่มือระบุตำแหน่งช่องเดินสายของแต่ละเส้นไว้ชัดเจน และต้องเดินแยกกันตามนั้น

อีกเรื่องคือการขันเทอร์มินัล ซึ่งคู่มือถือว่าไม่ผ่านในสองกรณี คือ ขันแน่นแค่ฝั่งเดียว และขันสองฝั่งแต่ใช้สายคนละขนาดร่วมกัน การขันไม่แน่นจะทำให้เกิดความร้อนสะสมที่สายและเทอร์มินัลจนสายไหม้และเครื่องหยุดทำงาน นอกจากนี้ควรมีเบรกเกอร์แยกที่แฟนคอยล์ทุกตัว เพื่อความสะดวกตอนเข้าซ่อมและล้างเครื่อง

10. ท่อน้ำทิ้งลาดไม่พอหรือใช้ท่อเล็กเกินไป

ปัญหาน้ำหยดในระบบ VRV ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากตัวเครื่อง แต่มาจากท่อน้ำทิ้ง เกณฑ์พื้นฐานคือ

  • ความลาดเอียงอย่างน้อย 1/100 คือท่อยาว 1 เมตร ต้องลดระดับลง 1 เซนติเมตร
  • ต้องมีข้อต่อ Cleanout เผื่อไว้สำหรับล้างท่อในอนาคต ไม่ใช่เดินท่อทึบตลอดแนว
  • ขนาดท่อเมนต้องรองรับปริมาณน้ำทิ้งรวม คิดคร่าว ๆ ที่ 1 HP ประมาณ 6 ลิตรต่อชั่วโมง คู่มือระบุว่าท่อ PVC25 และ PVC32 เล็กเกินไปสำหรับใช้เป็นท่อเมน

โบนัส: ไม่รัน Test Run ให้จบ

หลังติดตั้งเสร็จ ระบบ VRV ต้องสั่ง Test Run จากบอร์ด Outdoor ให้จบกระบวนการ ซึ่งเครื่องจะไล่ตรวจเองตั้งแต่ปรับความดันให้สมดุล ตรวจการสื่อสาร ตรวจว่าเปิดวาล์วครบ ไปจนถึงคำนวณความยาวท่อ ถ้าไม่รัน รีโมทจะขึ้นโค้ด U3 และใช้งานปกติไม่ได้ ที่สำคัญคือความผิดปกติของ Indoor รายตัวตรวจไม่ได้ในขั้นนี้ ต้องเดินไล่ทดสอบทีละตัวจากรีโมทหลังจบอีกรอบ

และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมกรอกปริมาณน้ำยาที่เติมจริงลงแผ่นป้ายบันทึก ที่ให้มากับเครื่อง แล้วติดไว้ในตำแหน่งที่มองเห็นชัด เพราะช่างคนถัดไปที่มาเซอร์วิสจะใช้ข้อมูลนี้ตัดสินใจ

เครื่องมือช่วยตรวจงานก่อนส่งมอบ

SML ได้รวบรวมเกณฑ์ทั้งหมดนี้ทำเป็นเครื่องมือออนไลน์ใช้ฟรี ไม่ต้องติดตั้งอะไร เปิดจากมือถือหน้างานได้เลย

  • เช็คลิสต์ตรวจงานติดตั้ง OK/NG
    รายการตรวจ 36 ข้อครอบคลุมทุกหัวข้อในบทความนี้ ติ๊กผ่าน/ไม่ผ่านหน้างาน ใส่หมายเหตุได้ แล้วออกเป็นรายงานพิมพ์พร้อมช่องเซ็นสำหรับส่งมอบงาน
  • เครื่องคำนวณปริมาณน้ำยาเพิ่มเติม
    คำนวณครบทั้งความยาวท่อและค่า A จากตาราง พร้อมบอกว่าต้องทำ Pre-charging ก่อนหรือไม่ และพิมพ์แผ่นป้ายบันทึกติดเครื่องได้
  • คู่มือใช้โหมดบนบอร์ด Outdoor
    เดินทีละขั้นพร้อมภาพจำลองจอและไฟบนบอร์ด ทั้ง Test Run, เติมน้ำยาอัตโนมัติ และการอ่านโค้ดผิดปกติ รองรับทั้ง Daikin และ Toshiba

ถ้าเป็นงานอาคารหรือโรงงานที่ต้องการให้มีทีมช่างเข้าไปตรวจรับงานติดตั้งให้ หรือมีระบบ VRV ที่ติดตั้งไปแล้วแต่ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพและอยากให้ไล่หาสาเหตุ ทีม SML Service รับงานในพื้นที่พระนครศรีอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียง ปรึกษาก่อนได้ไม่มีค่าใช้จ่าย