ความชื้นในระบบท่อน้ำยา มีผลกระทบต่อระบบแอร์มากแค่ไหน
ความชื้นแค่นิดเดียวที่อยู่ใน “ท่อน้ำยาแอร์” มันมองไม่เห็นจากภายนอก แต่ถ้าเข้าไปอยู่ในระบบแล้ว อาจสร้างปัญหาได้มากกว่าที่คิด ศัตรูของระบบน้ำยาไม่ได้มีแค่ “รั่ว” เท่านั้น
"น้ำ" เข้าไปอยู่ในท่อน้ำยาได้ยังไง
สาเหตุที่ความชื้นเข้าไปอยู่ในระบบ มักเริ่มจากขั้นตอนงานระบบและการเปิดซ่อม เช่น เปิดระบบทิ้งไว้สัมผัสอากาศ, ท่อหรืออุปกรณ์มีความชื้นก่อนประกอบ, ทำ Vacuum ไม่เพียงพอ หรือ เปิดซ่อมแล้วจัดการความชื้นไม่เหมาะสม
โดยเฉพาะ POE Oil ที่ใช้ในระบบ มีคุณสมบัติดูดความชื้นจากอากาศได้ง่าย ข้างนอกดูแห้ง ไม่ได้แปลว่าข้างในไม่มีความชื้น
ความชื้นสามารถกลายเป็น "น้ำแข็ง" ในระบบได้
เมื่อความชื้นอยู่ในจุดที่อุณหภูมิต่ำและมีการลดความดัน ความชื้นอาจแข็งตัวและรบกวนทางเดินของสารทำความเย็น ตามลำดับ ความชื้น → แข็งตัว → ขวางทางเดินน้ำยา ซึ่งทำให้น้ำยาไหลไม่ปกติ ระบบก็อาจทำงานผิดปกติตามไปด้วย
ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ "น้ำยาไม่พอ" เสมอไป
เรื่องที่น่ากังวลกว่า คือ "ปฏิกิริยาเคมี"
ความชื้นที่อยู่ร่วมกับน้ำมันและสารทำความเย็นภายใต้สภาวะของระบบ อาจนำไปสู่การเกิดสารที่มีความเป็นกรดได้ ส่งผลให้ น้ำมันเสื่อมสภาพ, กัดกร่อนภายในระบบ, เกิดคราบหรือสิ่งปนเปื้อน และเสี่ยงต่อคอมเพรสเซอร์และฉนวนมอเตอร์
ความชื้นที่มองไม่เห็น อาจกลายเป็นปัญหาภายในระบบได้
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าระบบมีความชื้น
ปัญหาคือมองจากด้านนอกอาจบอกไม่ได้ บางระบบยังเปิดติด ยังมีความเย็น แต่มีสิ่งปนเปื้อนอยู่ภายในวงจรแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ "เติมน้ำยาเข้าไปใหม่" แต่ต้องทำระบบให้แห้งและสะอาดก่อนด้วย อย่าเพิ่งสรุปว่าแอร์มีปัญหาเพราะน้ำยาอย่างเดียว
ทำไมงาน Vacuum ถึงสำคัญ
เพราะหน้าที่ของมันไม่ได้มีแค่ "ดูดอากาศออก" แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการช่วยลดอากาศและความชื้นที่ไม่ควรอยู่ในระบบ ก่อนชาร์จสารทำความเย็น ครอบคลุมทั้ง ความแน่นของระบบ, การทำ Vacuum ที่เหมาะสม, การควบคุมความชื้น, สภาพน้ำมันและสารทำความเย็น และความสะอาดภายในระบบ
งานระบบน้ำยาไม่ควรดูแค่ "เติมกี่กิโล" แต่ต้องดูสิ่งที่อยู่ภายในระบบด้วย ให้ SML ช่วยตรวจระบบน้ำยาอย่างเป็นขั้นตอนได้ครับ
